วันอังคารที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ดอกกล้วยไม้ ดอกไม้ที่ให้แทนความคิดถึง


วันนี้เรามารู้จักกับเจ้าดอกกล้วยไม้ ที่เป็นตัวแทนของความคิดถึงกันดีกว่าค่ะ ในประเทศไทยมีความนิยมกันเป็นอย่างมากในการเลี้ยงดอกไม้ชนิดนี้ นอกจากจะเลี้ยงแล้วยังมีการนำมาดัดแปลง ปรับปรุงและแก้ไขข้อด้อยของสายพันธุ์ให้ดีขึ้นกว่าเดิม จนปัจจุบันทำให้มีดอกกล้วยไม้มากมายหลากหลายสายพันธุ์ อย่างเช่น Vanda (แวนด้า), Phalaenopsis (ฟาแลนอปซีส), Cattleya (แคทลียา)Paphiopedilum (รองเท้านารี)  เป็นต้น เหล่านี้เป็นกล้วยไม้ที่คนในบ้านเรารู้จักกันดี

แหล่งกำเนิด ดอกกล้วยไม้

แหล่งกำเนิดของ ดอกกล้วยไม้ จะมีแหล่งกำเนิดใหญ่ๆ ที่สำคัญของโลกอยู่ประมาณ 2 แหล่งด้วยกัน นั่นก็คือ เอเชียแปซิฟิค กับ ลาตินอเมริกา แต่ถ้าพูดถึงดอกไม้ชนิดนี้ในแถบภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกแล้ว จะมีประเทศไทยของเรานี่แหละค่ะ ที่เป็นศูนย์กลางในการค้นพบสายพันธุ์กล้วยไม้ป่าอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าในประเทศไทย นอกจากนี้แล้วลักษณะของพันธุ์กล้วยไม้ป่าที่พบเจอในบ้านเรานั้นจะมีลักษณะของดอก สี และรูปร่างที่เป็นความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะแตกต่างจากพันธุ์กล้วยไม้ที่อยู่แถบลาตินอเมริกา

ความหมายของ ดอกกล้วยไม้

ถ้าพูดถึง ดอกกล้วยไม้ แล้ว เจ้าดอกไม้ชนิดนี้สามารถเป็นตัวแทนคำพูดของเราได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว เพราะว่าเรามักจะนิยมใช้เป็นตัวแทนคำพูดของเราที่เราอาจจะอยากบอกคนรักหรือคนที่คุณแอบชอบว่า “ฉันไม่อาจห้ามใจให้คิดถึงเธอได้” แหม บางทีคนเรามันก็เขินๆ จนไม่กล้าพูดเองใช่ไหมละค่ะ เพราะฉะนั้นใช้เจ้าดอกไม้ชนิดนี้เป็นตัวแทนบอกความรู้สึกของคุณไปเลยค่ะ รับรองว่าผู้รับต้องยิ้มแก้มปริแน่ๆ และบางคนก็นิยมชมชอบเป็นอย่างมากถึงกับนำไปใช้ จัดดอกไม้งานแต่งงาน ของพวกเขาเลยทีเดียว เอาไปจัดเป็นช่อก้ได้หรือจะจัดเป็น ซุ้มดอกไม้งานแต่ง งานก็เก๋ดี ถือว่าเป็นความแปลกใหม่ที่ฉีกกรอบเดิมๆ ดีนะค่ะ แถมยังมีความสุขอีกต่างหาก เพราะว่างานแต่งงานของเราใช้ดอกไม้ที่เราชอบ จะมองไปทางไหนก็เจอแต่สิ่งที่เราชอบ วันนั้นคงจะเป็นวันที่พิเศษมากๆ เลยละค่ะ ถ้าเพื่อนๆ คนไหนสนใจก็ลองนำไปประยุกต์ใช้ จัดดอกไม้ ในสไตล์ของตัวเองดู หรือจะซื้อไปฝากญาติผู้ใหญ่ทางบ้านก็ได้นะค่ะ ผู้ใหญ่บ้านเราเค้าชอบ ดอกกล้วยไม้ กันค่ะ

ดอกเยอบีร่า ดอกไม้แสนหวาน

สวัสดีผู้ชื่นชอบและหลงใหลในความสวยงามของดอกไม้ทุกๆ ท่าน วันนี้จะขอมาแนะนำให้รู้จักกับเจ้าดอกเยอบีร่ากัน ก็อย่างที่รู้ๆ กันว่าเจ้าดอกไม้ชนิดนี้มีสีสันที่สุดแสนจะหวานแหววเหลือเกิน ถ้าใครได้เห็นและได้ยลโฉมของเจ้าดอกเยอบีร่าแล้วรับรองว่าทุกคนจะต้องหลงใหลไปกับสีสันของดอกชนิดแน่เป็นอันแน่ ความงามของกลีบดอกแต่ละกลีบก็ใช่ย่อย โดยรวมแล้วงดงามไม่มีที่ติเลยละค่ะ จึงเป็นดอกไม้อีกชนิดหนึ่งที่นำมาใช้ในการ จัดดอกไม้งานแต่งงาน ไม่พูดพร่ำทำเพลงและ เราไปดูรายละเอียดต่างๆ ของดอกชนิดนี้กันดีกว่าค่ะ

ลักษณะทั่วไปของ ดอกเยอบีร่า

เป็นไม้ดอกที่ปลูกง่าย มีความสามารถที่จะออกดอกให้ได้เก็บเกี่ยวตลอดทั้งปี จึงนิยมที่จะเพาะปลูกเพื่อตัดดอกขาย เพราะบางคนก็นิยมนำไปปักแจกันในบ้านเพื่อความสวยงาม ดอกเยอบีร่า นั้นมีหลากหลายสีสัน และแต่ละสีนั้นก็มีความงามไม่แพ้กันเลยทีเดียว ซึ่งเยียบีร่ามีทั้งหมด 14 สายพันธุ์ โดยเราจะนำเข้าจากประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นส่วนใหญ่ แต่ในประเทศไทยของเราที่มีแหล่งผลิตเจ้าดอกไม้ที่สวยงามชนิดนี้เหมือนกัน อยากรู้แล้วใช่หรือเปล่าค่ะ ว่าที่เมืองไทยบ้านเราเค้าปลูกดอกไม้ชนิดกันที่ไหนกันบ้าง ถ้าอย่างนั้นเราไปเริ่มกันที่เหนือสุดของประเทศก่อนเลยก็แล้วกัน
  • - จังหวัดในภาคเหนือที่ทำการปลูก ดอกเยียบีร่า ได้แก่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพิจิตร
  • - ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดภูเก็ต
  • - ภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรสาคร
  • - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุบลราชธานี
  • สายพันธุ์ที่ทำการเพาะปลูกกันอยู่ในประเทศไทยนี้ มีการปรับปรุงและพัฒนาสายพันธุ์ให้สามารถเข้ากับสภาพอากาศของประเทศไทย แต่ถึงแม้จะสามารถทำการปลูกดอกไม้ชนิดได้ในเมืองไทยแต่ก็ไม่สามารถที่จะทนความร้อนในเมืองไทยได้ ก็เนื่องจากดอกไม้ชนิดนี้เป็นดอกไม้เมืองหนาวนั้นเอง จากสายพันธุ์ของดอกเยียบีร่าสามารถมาจัดเป็นกลุ่มได้โดยแยกออกตามสีของดอกดังนี้ค่ะ
    • กลุ่มดอกสีขาว
    • กลุ่มดอกสีชมพู
    • กลุ่มดอกสีเหลือง
    • กลุ่มดอกสีแสด
    • กลุ่มดอกสีแดง

    ประโยชน์ของ ดอกเยอบีร่า

    สวยงามอย่างเดียวไม่พอขอมีประโยชน์ช่วยโลกช่วยคนอื่นด้วย แต่จะช่วยโลกและช่วยคนอื่นได้อย่างไรนั้นต้องไปดูกัน ดอกเยอบีร่านั้นมีความสามารถในการดูดสารพิษต่างๆ ที่อยู่ภายในบ้าน ในอาคาร หรือในตึกสำนักงานต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจค่ะที่จะเห็นเจ้าดอกไม้ชนิดนี้ยืนโดดเด่นอยู่ในแจกันภายในห้องในอาคารต่างๆ อย่างสง่างาม เพราะว่านอกจากจะมีความสามารถดูดสารพิษได้แล้วยังสามารถประดับตกแต่งห้องต่างๆ ให้สวยงามมีสีสันได้อีกด้วยค่ะ นอกจากนี้ยังสามารถอยู่ได้นานหลายวันไม่ค่อยเหี่ยวเฉาค่ะจึงเป็นที่นิยมอย่างมาก และด้วยความที่มันไม่ค่อยเหี่ยวเฉานี้แหละค่ะ จึงเป็นคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมที่เราจะนำไปใช้ จัดดอกไม้ สำหรับประดับประดางานต่างๆ ซึ่งทางเราก็ได้นำดอกไม้ชนิดนี้มาใช้ในการ จัดดอกไม้งานแต่งงาน เหมือนกันค่ะ


Bird of Paradise ดอกไม้แห่งปักษาสวรรค์





  • สวัสดีค่ะ ครั้งนี้จะมาพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับดอกไม้ชนิดแปลกๆ แต่มีความสวยงามที่โดดเด่นของสีสันมาฝากกันอีกเช่นเดิม และก็ถ้าหากใครจะนำดอกไม้ชนิดนี้ไป จัดดอกไม้งานแต่งงาน ก็นะค่ะทางเราก็นำไปใช้อยู่เหมือนกัน ซึ่งดอกไม้ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้นั้นบางคนอาจจะเคยเห็นกันมาก่อนแล้วแต่ไม่รู้ว่าเขาเรียกกันว่าอะไร แต่บางคนอาจจะเคยได้ยินแต่ชื่อแต่ยังไม่เคยเห็นรูปร่างหน้าตาตัวจริงว่าเป็นเช่นไร แค่ได้ยินชื่อก็ไพเราะเสียขนาดนี้ ดอกของมันก็น่าจะมีความสวยงามไม่แพ้ชื่ออันสุดแสนจะไพเราะของมันหรอกนะค่ะ อยากรู้กันแล้วใช่ไหมละค่ะว่าต้นไม้ที่ผู้เขียนจะนำมาให้รู้จักกันในวันนี้คือต้นอะไร ถ้าอย่างนั้นก็จะมัวรออะไรไปดูกันเลยดีกว่า
    ต้นไม้ดอกที่ว่านั่นก็คือ ดอก Bird of Paradise อ่านชื่อแล้วสงสัยหรือเปล่าว่าทำไม่ต้อง ชื่อดอก Bird of Paradise ถ้าสงสัยก็เราจะอธิบายให้ฟังค่ะ เหตุผลที่ตั้งชื่อนี้ก็มีเหตุผลคือ ลักษณะของดอกไม้ชนิดนี้นั้นคล้ายกับนกชนิดหนึ่งที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก นกชนิดนั้นก็คือปักษาสวรรค์ และเหตุผลที่ดอกไม้ชนิดนี้มีความคล้ายคลึงทั้งเรื่องของสีสัน และลักษณะของดอกจึงทำให้ดอกไม้ชนิดนี้ได้ฉายาว่าเป็น ดอกไม้แห่งปักษาสวรรค์ ต่อไปเราไปดูถิ่นกำเนิดของเจ้าดอกชนิดนี้กันเลยดีกว่าค่ะ

    ถิ่นกำเนิดของ ดอก Bird of Paradise

    ดอกไม้แห่งปักษาสวรรค์หรือ Bird of Paradise นี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศแอฟริกาตอนใต้ แต่รู้หรือไม่ค่ะว่าที่นั้นเขาเรียกเจ้าดอกไม้ชนิดนี้ว่าอย่างไร ซึ่งอีกชื่อที่ชาวแอฟริกาเรียกเจ้าดอกชนิดนี้ก็คือ ดอกนกกระเรียน เพราะว่าชาวแอฟริกาให้เหตุผลว่า ลักษณะของดอกนั้นมีลักษณะคล้ายหัวของนกจริงๆ นั่นเอง และที่สำคัญเมืองลอสแองเจลิสยังยกย่องให้เจ้า Bird of Paradise นี้เป็นดอกไม้ประจำเมืองของเขาอีกด้วย เมื่อเรารู้ถิ่นกำเนิดของมันแล้วต่อไปเราไปดูลักษณะรูปร่างของมันอย่างจริงจังกันเลยดีกว่า

    ลักษณะทั่วไปของ ดอก Bird of Paradise

    ถ้ามองผ่านๆ หรือดูอย่างผิวเผินอาจจะรู้สึกได้ว่ามันมีลักษณะคล้ายกับดอก Heliconia หรือที่คนไทยเรารู้จักกันในนาม ต้นธรรมรักษา หรือต้นก้ามปู แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่ไม้ดอกชนิดเดียวกับดอก Heliconia แต่อย่างใดเลย เพียงแค่มีลักษณะที่คล้ายกันก็เท่านั้นเอง ซึ่งสิ่งที่แตกต่างของดอกไม้ทั้งสองชนิดนี้ก็คือ Bird of Paradise นั้นจะมีลักษณะคล้ายกับนกที่กำลังกางปีกอย่างสวยงาม อีกทั้งยังมีสีส้มและสีม่วงน้ำเงินที่เป็นจุดเด่นที่ไม่เหมือนกับ Heliconia ซึ่งจะอยู่สลับกันอย่างสวยงาม กลีบของดอกนั้นจะมีลักษณะคล้ายกับหอกเพราะกลีบนั้นแข็งและแหลมตรงคล้ายกับหอก และรู้หรือไม่ว่าภายในของดอกนั้นมีน้ำหวานแอบซ้อนอยู่ด้วย แต่ว่านกที่สามารถจะเข้าไปดูดกินน้ำหวานของเจ้า Bird of Paradise นี้ได้นั้นจะต้องเป็นนกกินปลีเท่านั้น เนื่องจากนกชนิดนี้จะมีจงอยปากที่สามารถล้วงเข้าไปดื่มน้ำหวานได้
    เป็นไงกันบ้างค่ะ แปลกแต่ก็มีอยู่จริงสำหรับดอกไม้ชนิดนี้ ซึ่งทางทีมของเราก็ได้มีการนำเจ้าดอกไม้ชนิดนี้ไปใช้ในการ จัดดอกไม้งานแต่งงาน และงานอื่นๆ ตามความต้องการของลูกค้าอีกด้วยค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น